ทำความรู้จักกับ ต้นแค และประโยชน์

ต้นแค หรือ ต้นดอกแค เชื่อกันว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียหรือในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขามาก ไม่เป็นระเบียบ มีความสูงประมาณ 3-10 เมตร เนื้อไม้อ่อน ที่เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาลปนเทา เปลือกหนาและมีรอยขรุขระ แตกเป็นสะเก็ด สามารถเจริญเติบโตได้ทั่วไปในเขตร้อนชื้น เป็นต้นไม้ที่โตเร็ว สามารถปลูกได้ทุกที่ และมักขึ้นตามป่าละเมาะ หัวไร่ปลายนา มีอายุราว ๆ 20 ปี แต่ถ้าเก็บกินใบบ่อย ๆ จะทำให้ต้นมีอายุสั้นลง และต้นแคจะขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด สำหรับในบ้านเราจังหวัดที่มีการปลูกต้นแคเพื่อการค้านั้นก็ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ สุพรรณบุรี และกรุงเทพฯ

ประโยชน์

1. ประโยชน์ของต้นแค นิยมปลูกไว้เป็นรั้วบ้าน ปลูกตามคันนา ริมถนนข้างทาง และปลูกไว้ในบริเวณบ้าน
2.
แคเป็นพืชที่มีจุลินทรีย์ที่ปมราก เมื่อจับกับก๊าซไนโตรเจนในอากาศจะผลิตเป็นปุ๋ยที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ต้นแคจึงเป็นพืชที่ช่วยปรับปรุงดินไปได้ในตัวอีกด้วย
3. ใบใช้เป็นอาหารสัตว์ เลี้ยงโคกระบือได้ดี และเป็นที่ชื่นชอบของโคกระบือ
4. ใช้ไม้ทำเป็นฟืนหรือเชื้อเพลิงได้
5. ลำต้นนิยมนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงเห็ดหูหนูได้ดี
6. ประโยชน์ของดอกแค ฝักอ่อน ยอดอ่อน และใบอ่อน สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลาย เมนูดอกแค เช่น แกงแค, แกงส้มดอกแค, ดอกแคสอดไส้, ดอกแคห่อกุ้งทอด, แกงเหลืองปลากะพง, แกงจืดดอกแค, ดอกแคชุบแป้งทอด, ดอกแคผัดหมู, ดอกแคผัดกุ้ง, ดอกแคผัดเต้าเจี้ยว, ดอกแคผัดกะเพรา, ยำดอกแค, ส่วนใบอ่อน ยอดอ่อน และฝักอ่อนนำมาลวกจิ้มกินกับน้ำพริกก็ได้ เป็นต้น
7. สำหรับชาวอีสานนิยมนำดอกแคและยอดอ่อนมานึ่งหรือย่าง รับประทานร่วมกับลาบ ก้อย แจ่ว และดอกยังนำมาปรุงเป็นอาหารประเภทอ่อมอีกด้วย
8. บ้านเรานิยมกินดอกและยอดอ่อน แต่สำหรับประเทศอื่น ๆ บางประเทศจะนิยมกินดอกแคสดหรือนำมานึ่งเป็นสลัดผัก ส่วนฝักจะใช้รับประทานเหมือนกับถั่วฝักยาว

คำแนะนำในการรับประทานดอกแค

  • การนำดอกแคมาใช้ทำเป็นอาหาร ต้องเด็ดเอาเกสรสีเหลืองของดอกแคออกก่อน จะช่วยลดความขมหรือทำให้มีรสขมได้ แต่ถ้าไม่กังวลเรื่องความขมก็ไม่ต้องเด็ดออกก็ได้
  • การเลือกซื้อยอดอ่อนและใบอ่อนของแค ควรเลือกเป็นใบสด ไม่ร่วง ส่วนดอกให้เลือกดอกตูมที่กำลังจะบาน ซึ่งยอดอ่อนและใบอ่อนจะหาซื้อได้ทั่วไปในตลาด แต่สำหรับฝักอ่อนค่อนข้างจะหาซื้อยาก ต้องปลูกต้นแคไว้เองจึงจะได้รับประทาน
  • ยอดอ่อนและใบอ่อนของแคนั้น จะมีในช่วงฤดูฝน ส่วนดอกแคจะมีในช่วงต้นฤดูหนาว
  • ดอกแคมีรสเฝื่อน ไม่นิยมรับประทานสด ๆ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การไปลวกโดยใช้เวลาอันสั้นที่สุด
  • การรับประทานดอกแคในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้อาเจียนได้

9 ประโยชน์ดีๆ จากน้ำขิง

สำหรับ น้ำขิง นั้นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอีกชนิดที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะประโยชน์ของขิงเด็ดดวงจริง ๆ ยิ่งดื่มเป็นประจำจะช่วยแก้ได้หลายอาการเลย

ขิงเป็นสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ที่บ้านเราใช้ทั้งทำอาหาร ใช้เป็นส่วนประกอบของยาสมุนไพร หรือนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ดื่มแก้กระหายก็ได้ และหากใครกำลังมองหาเครื่องดื่มที่จะช่วยเพิ่มความเฮลธ์ตี้ได้อย่างเต็มที่ แนะนำเป็นน้ำขิงแก้วนี้นี่ล่ะค่ะ เพราะขิงมีสรรพคุณแจ่ม ๆ

1. ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการท้องอืด
สารประกอบฟีโนลิกในขิงมีส่วนช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองในลำไส้ พร้อมทั้งยังมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ขิงยังมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้อย่างอ่อน ส่งผลให้อาการท้องอืด แน่นท้อง และอาการท้องเฟ้อบรรเทาลงได้

2. บรรเทาอาการคลื่นไส้
ฤทธิ์ร้อนของขิงเป็นยาแก้อาการคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอาการคลื่นไส้ที่เกิดจากความผิดปกติของกระเพาะอาหารและลำไส้ ที่ได้รับสารเคมีหรืออาหารแสลงบางอย่างมา นอกจากนี้ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Support Care Cancer เมื่อปี 2012 ยังบอกด้วยว่า การดื่มน้ำขิงเป็นประจำทุกวันจะสามารถลดอาการคลื่นไส้ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดได้ด้วยนะคะ

3. ช่วยลดน้ำหนัก
ผลการศึกษาของนักวิจัยชาวญี่ปุ่นที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Pharmaceutical Society of Japan ในปี 2008 พบว่า ขิงมีส่วนช่วยเพิ่มการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้มากกว่าปกติ จึงมีส่วนช่วยลดน้ำหนักได้ นอกจากนี้น้ำขิงอุ่น ๆ ยังสามารถช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ลดอาการท้องผูก รวมทั้งลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นสาเหตุของความเครียด อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายบริโภคไขมันมากขึ้นจนทำให้น้ำหนักขึ้นได้อีกด้วย

4. ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย
จากการทดลองน้ำที่ได้จากการแช่ขิงพบว่า น้ำขิงสามารถยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและพยาธิชนิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสารจิงเกอร์รอลในขิงยังมีอานุภาพมากพอจะลดโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ ของร่างกายได้โดยเฉพาะหากเราดื่มน้ำขิงเป็นประจำทุกวัน สารจิงเกอร์รอลจะต่อสู้กับเชื้อไวรัสโรคหวัดและอาการไข้ได้อย่างเต็มที่ เราก็จะมีสุขภาพที่ดีห่างไกลจากโรคหวัดได้ง่าย ๆ

5. บำรุงรักษาสุขภาพช่องปาก
สารจิงเกอร์รอลของขิงยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปากด้วยนะคะ โดยมีส่วนช่วยกำจัดเชื้อโรคอันเป็นสาเหตุของโรคเหงือกอักเสบและคราบพลัคในช่องปากเราได้อย่างมีประสิทธิภาพเชียวล่ะ

6. ช่วยลดอาการอักเสบ
ขิงอุดมไปด้วยสารต้านการอักเสบ และสารต้านอนุมูลอิสระก็ค่อนข้างสูงนอกจากนี้ในขิงยังมีสารจิงเกอร์รอล (Gingerol) ซึ่งมีฤทธิ์รุนแรงกว่าแอสไพริน และยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบภายในร่างกาย ดังนั้นหากดื่มน้ำขิงเป็นประจำ ก็จะช่วยป้องกันการอักเสบในร่างกายได้อีกทางหนึ่ง

7. เป็นยาลดอาการปวด
อย่างที่บอกว่าสารจิงเกอร์รอลมีฤทธิ์แรงกว่ายาแอสไพรินซะอีก ซึ่งก็สอดคล้องกับการศึกษาจาก University of Georgia ที่พบว่า การดื่มน้ำขิงเป็นประจำทุกวันมีส่วนช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเนื่องจากการออกกำลังกายได้ราว ๆ 25% เลย

8. แก้ปวดประจำเดือน
คุณสมบัติข้อนี้ของขิงเป็นสิ่งที่สาว ๆ ทุกคนคู่ควรอย่างแรง โดยผลการศึกษาจาก University of Georgia พบว่า นอกจากขิงจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวได้แล้ว น้ำขิงยังมีฤทธิ์บรรเทาอาการปวดประจำเดือนของสาว ๆ ได้ราว ๆ 47% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน และอาการท้องเสียที่สาว ๆ บางคนอาจจะเป็นระหว่างวันแดงเดือดได้ด้วย

9. ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
การศึกษาใน British Journal of Nutrition ระบุว่า น้ำขิงมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อีกทั้งในน้ำขิงยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และยังมีสารเคมีธรรมชาติที่ไปช่วยกระตุ้นเอนไซม์กลูตาไธโน-เอส-ทรานสเฟอรเรส สารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่จะชวยลดโอกาสเกิดเซลล์มะเร็งร้ายได้

สำหรับ 9 ประโยชน์ดีๆ จากน้ำขิง ที่เรานำมานั้น ก็ผื่อว่าบทความนี้จะทำให้หลายๆคนที่ไม่ชอบดืมน้ำขิงหันมาดื่มน้ำขิงกัน เพราะน้ำขิงนั้นมีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว

กินลำไยช่วยบำรุงสุขภาพอย่างไรบ้าง

สำหรับ ลำไย นั้นเป็นไม้ที่รสชาติหวานฉ่ำ แต่ก็มักจะได้ยินว่าไม่ควรที่จะกินในปริมาณมากเกินไป เพราะมีความเชื่อกันว่า การกินมากไป จะทำให้เจ็บคอ ร้อนใน หรือตื่นมาตาแฉะในวันรุ่งขึ้น แต่ความเชื่อเชื่อเหล่านี้จะจริงเท็จแค่ไหนกันนะ 

วันนี้เราจึงมีบทความ กินลำไยช่วยบำรุงสุขภาพอย่างไรบ้าง เพื่อมาคลายความข้องใจให้กับทุกคนกัน

1. บรรเทาอาการปวดข้อ
โรคเกี่ยวกับข้อต่อและกระดูกหลายโรค เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้อเสื่อม กระดูกพรุน และโรคเก๊าท์ นอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพกระดูกแล้วยังเป็นสาเหตุของอาการปวดข้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย งานวิจัยที่ทดสอบกับเซลล์และหนูทดลองชี้ว่าสารสกัดจากเปลือก เนื้อ และผนังของเมล็ดลำไยมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอาการปวด รวมถึงงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากลำไยอาจช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการของโรคข้อต่อและกระดูก ทำให้เชื่อว่าลำไยอาจเป็นอีกตัวเลือกที่นำมาพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านนี้ได้

การศึกษาชิ้นหนึ่งที่ทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่าสารสกัดจากเมล็ดลำไยมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างกรดยูริกและปฏิกิริยาในกระบวนการสร้างกรดยูริกในเลือด ซึ่งการมีกรดยูริกในปริมาณสูงนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเก๊าท์ตามมาในที่สุด โดยจะก่อให้เกิดการตกผลึกบริเวณข้อต่อ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดบวมตามข้อ และเมื่อทดลองฉีดสารสกัดดังกล่าวให้หนูที่มีกรดยูริกสูงก็ปรากฏผลลัพธ์เช่นเดียวกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าสารสกัดเมล็ดลำไยอาจมีสรรพคุณป้องกันโรคนี้

นอกจากนี้ ลำไยอาจเป็นอีกตัวช่วยในการรักษาโรคกระดูกและข้อต่อบางชนิด เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยในเซลล์พบว่าสารสกัดจากผลลำไยมีคุณสมบัติช่วยเปลี่ยนแปลงรูปร่างของกระดูกและอาจใช้เป็นสารที่ช่วยรักษาโรคกระดูกพรุนได้ รวมถึงการศึกษาในกระต่ายที่พบว่าโมเลกุลคาร์โบไฮเดรตจากลำไยอาจมีประโยชน์ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกระดูกในระหว่างการปลูกถ่ายกระดูกอ่อน ซึ่งการปลูกกระดูกอ่อนนี้เป็นวิธีรักษากระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมที่จำเป็นต้องใช้สารช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและเร่งการซ่อมแซมเซลล์กระดูกที่มีราคาสูง หากในภายหน้ามีการทดลองที่พิสูจน์ได้ว่าโมเลกุลคาร์โบไฮเดรตของลำไยมีประสิทธิภาพและปลอดภัยพอที่จะนำมาใช้แทนสารดังกล่าวได้จริงก็นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม การศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของลำไยที่มีต่อการป้องกันและรักษาโรคกระดูกหรือข้อต่อในปัจจุบันล้วนไม่ได้ศึกษากับคนโดยตรง จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมกับคนจำนวนมากและมีการออกแบบงานวิจัยอย่างรัดกุมต่อไปเพื่อระบุความน่าเชื่อถือก่อนจะได้รับการยอมรับให้นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้จริง

2. ลดความเครียด ความกังวล และภาวะซึมเศร้า
ลำไยมีสารบางชนิดที่อาจมีสรรพคุณต้านภาวะซึมเศร้าและปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือกาบา สารสื่อประสาทที่มีอยู่ในสมองของคนเรา ซึ่งนักวิจัยคาดว่าเป็นสารที่ช่วยให้มีอารมณ์ดี รู้สึกสงบ และผ่อนคลายระบบประสาท ระดับของสารกาบาที่ลดต่ำลงอาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคความผิดปกติทางอารมณ์หรือโรควิตกกังวล หลายคนจึงหันมากินอาหารเสริมกาบาเพราะเชื่อว่าจะช่วยคลายความกังวลและทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าสารกาบาจากอาหารเสริมนั้นข้ามผ่านตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมองไปได้หรือไม่ ทำให้ไม่อาจยืนยันว่าผู้ที่กินกาบาในรูปแบบอาหารเสริมหรือสารสกัดลำไยจะได้รับประโยชน์จากสารอาหารชนิดนี้

สารอีกชนิดหนึ่งที่พบในลำไยและคาดว่าอาจช่วยต้านภาวะซึมเศร้าเช่นเดียวกันคือกรดแกลลิก โดยจากการทดลองหนึ่งที่ให้หนูซึ่งมีภาวะซึมเศร้าเนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดกินกรดแกลลิก พบว่าหนูมีอาการซึมเศร้าและเครียดน้อยลง สันนิษฐานว่าเป็นผลมาจากการที่กรดแกลลิกนั้นมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยยับยั้งกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระในระหว่างที่สมองขาดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะซึมเศร้า

ทั้งนี้ การศึกษาโดยใช้ลำไยหรือสารสกัดจากลำไยโดยตรงนั้นมีไม่มากนักและยังไม่พบการศึกษาในคนที่น่าเชื่อถือ มีเพียงงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทดลองให้หนูที่มีภาวะเครียดกินพืชสมุนไพร 3 ชนิดผสมกัน ได้แก่ ลำไย พลูคาว และพืชในตระกูลกลอย ผลลัพธ์พบว่าหนูมีอาการซึมเศร้าและเครียดน้อยลง แต่ไม่อาจระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นผลมาจากลำไยหรือพืชอีก 2 ชนิดกันแน่ จึงยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

3. ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
นอกจากภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความผิดปกติทางอารมณ์ ระดับของสารกาบาในสมองที่ต่ำกว่าปกติยังมีความเกี่ยวเนื่องกับปัญหาในการนอน เพราะสารชนิดนี้มีกลไกการทำงานโดยช่วยลดการตื่น ทำให้หลับได้ง่ายและเร็วขึ้น

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทดลองโดยใช้สารสกัดจากเนื้อลำไย พบว่าแม้สารสกัดดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้นอนหลับเร็วขึ้นและเพิ่มระยะเวลาในการนอนหลับโดยตรง แต่เมื่อใช้ควบคู่กับยาเพนโทบาร์บิทอลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยให้นอนหลับของยาดังกล่าว เนื่องจากสารสกัดจากเนื้อลำไยมีคุณสมบัติช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานของสารกาบา ทว่างานวิจัยชิ้นนี้เป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการ ไม่ได้ให้คนกินสารสกัดจากลำไยจริง ๆ จึงยังเป็นเพียงแนวทางการศึกษาที่ควรมีการต่อยอดศึกษาในคนจำนวนมากต่อไป

4. บำรุงความจำ
ผลลำไยอบแห้งถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรแก้อาการหลงลืมตามตำรับยาแผนโบราณของจีนมาอย่างยาวนาน จนต่อมาเริ่มมีการศึกษาเพื่อพิสูจน์สรรพคุณในด้านนี้ของลำไย การศึกษาชิ้นหนึ่งทดลองให้หนูกินสารสกัดจากผลลำไยเป็นเวลา 14 วัน ปรากฏว่าหนูมีการเรียนรู้และความจำที่ดีขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ชี้ว่าหนูที่มีความบกพร่องทางความจำและการเรียนรู้มีอาการดีขึ้นหลังได้รับสารสกัดจากเมล็ดลำไย ลำไยจึงอาจมีประโยชน์ช่วยในเรื่องความจำตามที่ตำราแพทย์แผนจีนกล่าวไว้ ซึ่งจะนำมาประยุกต์ใช้กับการแพทย์แผนปัจจุบันได้จริงหรือไม่คงต้องมีการพิสูจน์โดยตรงกับคนต่อไปเสียก่อน

ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ไม่เพียงแต่สรรพคุณด้านการบรรเทาอาการปวดข้อและการเสริมสร้างการทำงานของสมอง ลำไยยังอาจช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้ด้วย โดยมีผลการศึกษาชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าหนูที่กินสารสกัดจากเมล็ดลำไยมีอาการเหนื่อยล้าน้อยกว่าเมื่อไม่ได้กิน ส่งผลให้สามารถว่ายน้ำได้นานยิ่งขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าสารสกัดจากเมล็ดลำไยอาจมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการล้าของร่างกาย แต่ผลการวิจัยเพียงเท่านี้ยังบ่งบอกอะไรไม่ได้มากนัก เพราะเป็นการทดลองในสัตว์ซึ่งมีกลไกการทำงานของร่างกายแตกต่างจากคน ต้องรอให้มีการศึกษาในคนโดยตรงเท่านั้นจึิงจะยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้

กินลำไยรักษาโรค ปลอดภัยหรือไม่
ลำไยเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระและต้านโรคที่ดีหากกินในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องจำกัดน้ำตาลในอาหาร ส่วนการใช้ในรูปแบบอาหารเสริมนั้น ข้อมูลการวิจัยด้านความปลอดภัยเท่าที่มีในปัจจุบันระบุว่าการให้หนูกินสารสกัดจากเมล็ดลำไยต่อเนื่องเป็นเวลา 13 สัปดาห์ไม่ก่อให้เกิดพิษหรืออันตรายต่อตัวหนูแต่อย่างใด ส่วนการกินในระยะเวลานานกว่านั้นยังไม่มีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรใช้สารสกัดจากลำไยเป็นเวลานาน และควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้ทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีอาการเจ็บป่วยใด ๆ ก็ตาม

เมื่อเรารู้แล้วว่า กินลำไยช่วยบำรุงสุขภาพอย่างไรบ้าง ก็ควรจะกินในปริมาณที่เหมาะ อย่างไรแล้วต่อให้เป็นของที่มีประโยชน์ แต่กินมากเกิน ก็ย่อมให้โทษได้

สิ่งที่ควรรู้เมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจร

     เหตุการณ์ไฟไหม้นั้น บางทีอาจจะไม่ใช่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากมนุษย์เท่านั้น แต่ไฟไหม้นั้นก็มักจะเกิดจากการที่มีไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้น มีข่าวมากมายที่นำเสนอว่าไฟไหม้นั้นเกิดมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ไฟฟ้าลัดวงจรนั้นจะเป็นข้อสันนิษฐานแรกเสมอ  ซึ่งถ้าเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นมาเมื่อไหร่จะเป็นการสร้างความเสี่ยงให้เกิดอันตรายต่างๆ ขึ้นมาได้อย่างมากมาย  ดังนั้นในบทความนี้จะมาทำความเข้าในเกี่ยวกับเรื่องกระแสไฟฟ้าภายในบ้าน สาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจร รวมไปถึงวิธีการป้องกัน และแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร 

ไฟฟ้าลัดวงจรเกิดจากอะไร
การเกิดไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) นั้นเกิดจากการสัมผัสกันของจุดที่มีแรงดันไฟฟ้าแตกต่างกันสองจุด หรือมีสิ่งของที่เป็นตัวนำไฟฟ้ามาอยู่ระหว่างสองจุดนั้นทำให้เกิดเป็นการลัดวงจรขึ้นมานั่นเอง ซึ่งเมื่อจุดทั้งสองจุดสัมผัสกันจะทำให้กระแสไฟฟ้านั้นมีความผิดปกติ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าจำนวนมากจะถ่ายเทเข้าหากันจนเกิดความร้อนสูง และเกิดประกายไฟขึ้นมา 

สรุปคือไฟฟ้าลัดวงจรนั้นเกิดจากการที่สายไฟที่เดินภายในบ้านทั้งสองเส้นนั้นเกิดมาสัมผัสกันโดยที่ไม่มีฉนวนขวางกั้น ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ หรือมีวัตถุบางอย่างที่เป็นตัวนำไฟฟ้ามาอยู่ในบริเวณนั้นแล้วเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าจากสายไฟทั้งสองเส้นสัมผัสกันโดยตรง เมื่อเกิดการสัมผัสโดยตรงก็จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งจะมีความร้อนสูงมากจนเกิดประกายไฟขึ้นมา และประกายไฟนั้นจะไปติดที่วัสดุต่างๆ จนทำให้เกิดไฟไหม้เป็นบริเวณกว้างในที่สุด

สายไฟชำรุดทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือไม่
เมื่อสายไฟฟ้าที่เดินไว้ภายในบ้านเกิดการชำรุด ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความเก่าของสายไฟทำให้ฉนวนเปื่อยยุ่ยไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ การที่มีสัตว์ต่างๆ เช่นหนูมาแทะสายไฟจนทำให้ฉนวนซึ่งหุ้มสายไฟไว้เกิดการฉีกขาด รวมถึงการเดินไฟอย่างผิดวิธีทำให้สายไฟนั้นสามารถเคลื่อนที่ไปมาจนเกิดการเสียดสีบ่อยๆ จนเป็นเหตุให้ฉนวนหุ้มสายไฟเกิดการฉีกขาด

ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้เลยว่าการที่สายไฟชำรุดนั้นจะทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้านได้อย่างแน่นอน เพียงแค่รอเวลาว่าปัญหานั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เท่านั้นเอง 

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร
นอกจากสายไฟฟ้าที่ชำรุดจะเป็นสาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจรแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้เช่นกัน ซึ่งสาเหตุเหล่านั้นได้แก่ 

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านนั้นต้องค่อยหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอว่ายังสามารถทำงานได้เป็นปกติหรือไม่ มีสภาพที่พร้อมใช้งานหรือเปล่า ถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหนที่มีสภาพเก่าเกินไป หรือทำงานไม่ปกติอาจจะเป็นที่สายไฟภายในเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ มีความเสียหาย หรือวงจรไฟฟ้าภายในชำรุด ซึ่งเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร 
  • การใช้ปลั๊กพ่วงไม่ถูกวิธี แน่นอนว่าทุกบ้านไม่สามารถจะติดตั้งปลั๊กไฟได้ทุกจุดที่มีการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า การใช้ปลั๊กพ่วงในรูปแบบต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การใช้ปลั๊กพ่วงที่จะก่อให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรคือการใช้ปลั๊กพ่วงที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงการเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขนาดใหญ่ที่กินไฟมากหลายๆ ตัวลงไปในปลั๊กพ่วงตัวเดียว ซึ่งจะทำให้ปลั๊กพ่วงนั้นทำงานหนักเกินไปจนเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรได้
  • สายไฟไม่ได้มาตรฐาน ในแต่ละบ้านนั้นจะมีปริมาณกระแสไฟเข้าบ้านที่แตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งในปัจจุบันแทบทุกบ้านได้ทำการขอให้การไฟฟ้าเพิ่มปริมาณกระแสไฟฟ้าเข้าบ้านเป็นขนาด 15 – 30 Amp กันแทบทั้งนั้น เพราะว่ามีปริมาณเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมากขึ้น ทำให้ต้องใช้กระแสไฟฟ้ามากขึ้นนั่นเอง
    แต่การเพิ่มกรแสไฟฟ้าที่เข้ามาในบ้านไม่ใช่แค่มีกระแสไฟฟ้าเพิ่มเข้ามาก็จะเสร็จสิ้น การเพิ่มกระแสไฟฟ้า รวมไปถึงปริมาณเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้นแนะนำว่าต้องทำการตรวจสอบสายไฟ และตู้ควบคุมไฟฟ้าภายในบ้านว่ามีความสามารถมากพอที่จะรองรับกระแสไฟฟ้า และการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มเข้ามาหรือไม่ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ 

วิธีการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
เมื่อรู้ถึงสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรแล้ว ลองมาดูว่าวิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรนั้นมีอะไรบ้าง 

  • สายไฟเก่า สายไฟชำรุดห้ามใช้งาน ถ้าพบว่าสายไฟฟ้าที่ใช้อยู่ภายในบ้านนั้นมีสภาพเก่าจนน่าจะเป็นอันตราย หรือมีการชำรุดที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนให้หยุดใช้ไฟในบริเวณนั้นทันที และเรียกช่างที่มีความชำนาญมาทำการเปลี่ยนสายไฟใหม่อย่างรวดเร็วที่สุด  
  • ขนาดของสายไฟต้องได้มาตรฐาน อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าบ้านในปัจจุบันนั้นมีปริมาณการใช้ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็นบ้านที่สร้างใหม่นั้นปัญหาเรื่องมาตรฐานของสายไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานจะไม่ค่อยมี แต่ถ้าเป็นบ้านเก่าที่สร้างมานานนั้นสายไฟต่างๆ ภายในบ้านจะมีอายุการใช้งานที่นาน และยังเป็นสายไฟรุ่นเก่าที่มีความสามารถรองรับกระแสไฟฟ้าได้น้อยกว่าการใช้งานจริงในปัจจุบัน 
  • ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ อยู่เสมอ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านที่ชำรุดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ดังนั้นการหมั่นสังเกตว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ายังสามารถทำงานได้เป็นปกติหรือไม่ หรือถ้าพบว่ามีการชำรุดต้องหยุดใช้งานทันที จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรในบ้านได้เป็นอย่างดี 
  • เลือกใช้ปลั๊กพ่วงที่มีคุณภาพ การเลือกใช้ปลั๊กพ่วงที่มีคุณภาพนั้นสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ เนื่องจากปลั๊กพ่วงที่มีคุณภาพนั้นจะมีระบบตัดไฟภายในตัวเอง ถ้าพบว่ามีไฟช็อต หรือมีการใช้กระแสไฟมากเกินกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ ปลั๊กพ่วงจะตัดการทำงานโดยทันที ทำให้การเลือกปลั๊กพ่วงที่มีคุณภาพมาใช้งานนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก 
  • เดินระบบไฟฟ้าในบ้านใหม่ทั้งหมด เมื่อบ้านของตัวเองมีการขอใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากเดิม และมีจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มากยิ่งขึ้นให้ทำการหาผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบมาตรฐานของสายไฟฟ้า และตู้ควบคุมไฟฟ้าภายในบ้านว่ามีมาตรฐานเพียงพอที่จะรองรับการทำงานทั้งหมดหรือไม่ ถ้าสายไฟฟ้าเดิมไม่ได้มาตรฐานนั้นต้องทำการเปลี่ยนสายไฟฟ้าทั้งหมดในบ้านใหม่ทันที รวมถึงเปลี่ยนเบรกเกอร์ต่างๆ ที่อยู่ในกล่องควบคุมไฟฟ้าให้ได้มาตรฐานอีกด้วย
    แต่ในปัจจุบันการขอใช้ไฟฟ้าภายในบ้านปริมาณมากกว่าเดิมจากการไฟฟ้านั้นต้องทำตามข้อบังคับของการไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด ทางการไฟฟ้าจะมีคู่มือมาให้ว่าถ้าขอไฟฟ้าเพิ่มเติมนั้นต้องทำการปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงเบรกเกอร์ต่างๆ ในกล่องควบคุมไฟฟ้าอย่างไรบ้าง แล้วจะมีการส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ถ้าไม่สามารถทำได้ตามมาตรฐานของการไฟฟ้าก็จะไม่มีการอนุญาตให้เพิ่มปริมาณกระแสไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด 

เมื่อเกิดไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจรต้องทำอย่างไร
สิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรกคือตัดการทำงานทั้งหมดของระบบไฟภายในบ้าน โดยให้ไปสับเบรกเกอร์ตัวใหญ่ที่ใช้ควบคุมกระแสไฟเข้า – ออกภายในบ้านลง จากนั้นให้ใช้ถังดับเพลิงชนิดสารเหลวระเหยมาฉีดพ่นเพื่อดับไฟ เนื่องจากถังดับเพลิงชนิดนี้สารดับเพลิงจะระเหยไปในอากาศ ไม่ทำความเสียหายให้เครื่องใช้ไฟฟ้า 

ส่วนข้อห้ามเมื่อเกิดเพลิงไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจรคือห้ามใช้น้ำในการดับเพลิงเด็ดขาดถ้ายังไม่ได้ตัดไฟในบริเวณนั้นเนื่องจากน้ำนั้นเป็นสื่อนำไฟฟ้า การใช้น้ำดับเพลิงนอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วยังทำให้ผู้ที่สาดน้ำเข้าไปเสี่ยงกับการถูกไฟฟ้าช็อตด้วย

แต่ถ้าประเมินแล้วว่าไฟที่เกิดไหม้ขึ้นมานั้นไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเองได้ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมทั้งเคลื่อนย้ายผู้พักอาศัยในบ้านทั้งหมดออกมาทันที 

ต้องการทำบัตรประชาชนใหม่ ทำอย่างไรดี

    หลายๆคนมักจะเคยพบกับปัญหาทำบัตรประชาชนหาย บางคนก็อาจจะทำหายหลายครั้งๆ หายบ่อยๆ จนชิน จนรู้วิธีการทุกอย่าง แต่สำหรับบางคนนั้นอาจจะเพิ่งเคยทำหายครั้งแรก เขาก็อาจจะไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไรต่อไป ต้องไปติดต่อทำที่ไหน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างหากต้องการทำบัตรประชาชนใหม่

ทำบัตรประชาชนครั้งแรก ต้องทำยังไง
ทำได้ทันทีเมื่ออายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ต้องทำภายใน 60 วัน ไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่หากเกินกำหนดจะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท

เอกสารที่ต้องใช้ทำบัตรประชาชน กรณีทำบัตรครั้งแรก

  • ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
  • สูติบัตรฉบับจริง หรือหลักฐานอื่นที่ราชการออกให้ เช่น หลักฐานการศึกษา หนังสือเดินทาง
  • หากเคยเปลี่ยนชื่อ ต้องนำใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อมาแสดงด้วย
  • หากไม่มีหลักฐานในข้อ 2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือมาให้การรับรอง

บัตรประชาชนหมดอายุ จะต่อบัตร ต้องทำยังไง

  • ต้องทำบัตรใหม่ภายใน 60 วัน หลังจากบัตรหมดอายุ (หากเกิน 60 วันต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท) สามารถทำบัตรใหม่ก่อนที่บัตรจะหมดอายุได้ 60 วัน

เอกสารที่ต้องใช้ทำบัตรประชาชน กรณีบัตรประชาชนหมดอายุ 

  • สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
  • บัตรประชาชนใบเดิมที่หมดอายุแล้ว
  • หากบัตรเดิมหมดอายุเป็นเวลานาน ต้องนำเจ้าบ้านหรือพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือมารับรองด้วย

บัตรประชาชนหาย บัตรถูกทำลาย ต้องทำยังไง

  • ไม่ต้องแจ้งความ สามารไปทำบัตรใหม่ที่สำนักงานเขตได้เลย ขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วัน จะมีค่าธรรมเนียม 20 บาท หากเกินกำหนดจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท

เอกสารที่ต้องใช้ทำบัตรประชาชน กรณีบัตรประชาชนหาย

  • ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
  • เอกสารที่มีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรใหม่ที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบอนุญาตขับขี่ หลักฐานการศึกษา หรือหนังสือเดินทาง
  • หากไม่มีหลักฐานเหล่านั้น ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือมาให้การรับรอง

เปลี่ยนชื่อ แล้วต้องเปลี่ยนบัตรประชาชน ทำยังไง

  • หากเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล ต้องเปลี่ยนบัตรภายใน 60 วัน มีค่าธรรมเนียม 20 บาท หากเกินกำหนดต้องเสียค่าธรรมเนียมไม่เกิน 100 บาท

เอกสารที่ต้องใช้ทำบัตรประชาชน กรณีเปลี่ยนชื่อ

  • บัตรประชาชนใบเดิม
  • หลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล